Kombucha คอมบูชา ชาหมักสารพัดประโยชน์

เมื่อไม่นานนี้ผมเพิ่งได้รู้จักเครื่องดื่มชนิดหนึ่งโดยบังเอิญ บางคนอาจจะรู้จักมานานแล้ว ผมรู้สึกสนใจและเริ่มหาข้อมูลถึงได้รู้ถึงประโยชน์ต่างๆ มากมายที่ได้จาก Kombucha (คอมบูชา)

Kombucha คอมบูชา ชาหมักสารพัดประโยชน์
Kombucha คอมบูชา ชาหมักสารพัดประโยชน์

Kombucha (คอมบูชา) คือ เครื่องดื่มที่ได้จากการหมักชาและน้ำตาล ซึ่งประกอบไปด้วยแบคทีเรียและยีสต์ที่รับผิดชอบในการเริ่มกระบวนการหมักร่วมกับน้ำตาล หลังจากเริ่มหมักแล้ว คอมบูชา ประกอบไปด้วย น้ำส้มสายชู วิตามินบี เอนไซม์ โปรไบโอติกชนิดต่างๆ และกรดเข้มข้นต่างๆ เช่น แอซิติก, กลูโคนิก และ แลคติก ซึ่งมีประโยชน์ดังต่อไปนี้

  • ช่วยในระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น
  • ลดน้ำหนัก
  • เพิ่มพลังงาน
  • ล้างสารพิษหรือดีท็อกซ์
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ลดการปวดข้อ
  • ป้องกันมะเร็ง

โซเชียลมีเดีย เฟสบุค ความจริงกับภาพที่เห็น

มีใครเคยคิดไหมครับว่า ที่จริงแล้ว social media ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรืออะไรอื่นๆ แท้จริงแล้ว ทำให้เราดีขึ้นหรือว่าแย่ลงกันแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมัยนี้ ถ้าใครอยากดังก็แค่ออกมาโชว์วับๆแวบๆแล้วอัพรูปลงเฟซบุค ก็สามารถดังได้แล้ว กลายเป็นเน็ตไอดอลที่เค้าว่ากัน แถมยังมี แอพมือถือ อีกมากมายที่สามารถแต่งรูปให้สวยหรือหล่อเกินความจริง หรือว่าจะเป็นการอัพรูปเวลาซื้อของราคาแพงๆต่างๆ ที่ทำให้ค่านิยมทางวัตถุที่แย่อยู่แล้ว ทำให้แย่ยิ่งไปกว่าเก่าซะอีก

โซเชียล มีเดีย ถ้าใช้ให้ดี มันก็มีประโยชน์มากมาย อย่างผมที่ต้องอยู่ต่างประเทศ ไม่มีโอกาสได้เจอครอบครัวเท่าไหร่นัก มันก็มีประโยชน์มาก  เพราะสามารถติดต่อกับครอบครัวที่เมืองไทยได้

อยากให้สังคมโซเชียลเป็นสังคมที่น่าอยู่กว่าที่เป็นอยู่จริงๆครับ

การกลับมาลิเวอร์พูลของเจอร์ราร์ด

มันเกิดคำถามมากมายว่า ปล่อยเจอร์ราร์ดไปแต่ทำไมตอนนี้กลับสนใจอยากดึงกลับมา…การที่คล็อปป์มอง ว่า โมเรโน่เป็นแบคซ้ายก็ควรจะเล่นแบ็คซ้าย และความสำคัญของเจอร์ราร์ดที่มีต่อลิเวอร์พูลซึ่งมีค่ามากๆ และคิดที่จะดึงกลับมาที่ลิเวอร์พูด แต่ร็อดเจอร์สกลับมองออกไปอีกแบบ กลับมองว่า การคงอยู่ของเจอร์ราร์ดจะทำให้เค้าดูด้อยค่าและไม่มีคนศรัทธาเค้า เหมือนกรณีของคาราเกอร์ซึ่งถือเป็นตำนานของสโมสรก็ถูกปล่อยออกไปแบบไร้เยื่อ ใย…ร็อดเจอร์จึงเลือกที่จะเอาคนที่ยอมรับและศรัทธาเค้าเข้ามาทำงานและโละ คนที่คิดว่าจะมีอำนาจเหนือเค้าออก ไป…เค้าเปรียบเทียบกับกรณีของไรอันกิ๊กส์ด้วย ตอนที่ LVG เข้ามา เค้าจะไม่เอากิ๊กส์เป็นสตาฟโค้ชก็ได้ แต่เค้าก็เอา เพราะ LVG มองเห็นถึงคุณค่าของกิ๊กส์ตรงนั้น…แล้วเค้าก็ตั้งคำถามว่า tom werner ก็พูดถึงความสำคัญของเจอร์ราร์ดต่อลิเวอร์พูลแต่ก็ยังยอมปล่อยออกไป…ผมว่า นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราเห็นทั้งนักเตะอย่าง คาราเกอร์ เจอร์ราร์ด แอกเกอร์ เรน่า ถูกปล่อยออกไปแบบนั้น รวมถึงสตาฟฟ์โค้ชดีๆคนอื่นๆด้วย…ของแบบนี้มันอยู่ที่แนวคิดของแต่ละคน จริงๆว่าจะเห็นและมองถึงคุณค่าของคนที่มีต่อสโมสรแบบไหน แต่พูดง่ายๆถือ คล็อปป์มองไม่เหมือนร็อดเจอร์สนั่นเองครับ

เปรียบเทียบความแตกต่างคล็อปป์กับร็อดเจอร์สในการคุมทีมลิเวอร์พูล

***รูปแบบการเล่นของคล็อปป์เทียบกับร็อดเจอร์ส***
– คล็อปป์ไม่ค่อยเปลี่ยนรูปแบบการยืนครับ จนถึงตอนนี้เล่นแค่สองแผน คือ 4-2-3-1 และ 4-3-2-1 แต่ร็อดเจอร์สเปลี่ยนแผนเยอะมาก นักเตะเล่นก็สับสน ต้องปรับตัวใหม่กับรูปแบบใหม่ตลอดเวลา
– คล็อปป์จะพยายามใช้ผู้เล่นเดิมอย่างต่อเนื่อง โดยไม่พยายามไปโรเตชั่น เพราะต้องการให้คุ้นเคยกับแผนการเล่น หากไม่มีใครเจ็บก็จะได้ลงตลอด
– คล็อปป์เลือกใช้นักเตะตรงกับตำแหน่งที่นักเตะแต่ละคนถนัด ไม่ฝืนเอาไปเล่นตำแหน่งที่ไม่ถนัด ซึ่งแตกต่างจากร็อดเจอร์ส
– การ pressing ในกรณีถ้าเป็นฝ่ายตั้งรับ ผมว่า ผมเคยเห็นในยุคของร็อดเจอร์สเหมือนกัน แต่คล็อปป์เป็นการ pressing ที่มีระบบมากกว่า ถ้าลองสังเกตดู การเพรสซิ่งในแบบของคล็อปป์ จะไม่ใช่แค่พยายามแย่งบอลให้ได้อย่างเดียว ถ้าทำแบบนั้นจะเหนื่อย แต่เวลาเพรสซิ่งจะบีบพื้นที่ด้วย สมมุติว่าบอลอยู่ทางขวา นักเตะลิเวอร์จะไปกระจุกอยู่ทางขวาเยอะมาก โดยแต่ละคนจะมีหน้าที่กดดันนักเตะที่อยู่ใกล้ๆบอล ไม่ใช่แค่คนที่ครองบอล รวมทั้งพยายามบีบให้ส่งบอลไปทางริมเส้น ซึ่งเป็นเหมือนกำแพงอีกด้านหนึ่ง แล้วจากนั้นพยายามบีบพื้นที่ให้แคบลง และเหมือนว่า มีนักเตะลิเวอร์เยอะแยะไปหมด จะส่งไปด้านข้างก็พื้นที่แคบ พอจะส่งกลับไปตรงกลาง นักเตะลิเวอร์พูลก็ประกบอยู่แล้ว ทำให้นักเตะที่ครองบอลไม่รู้จะส่งให้ใคร ทำให้เสียการครองบอล
– แบคสองข้างอยู่สูงตลอดเวลาไม่ว่าจะรับหรือรุก เป็นการเพิ่มตัวเพรสซิ่งในกรณีตั้งรับ และเพิ่มผู้เล่นริมเส้นในกรณีรุก คล็อปป์ค่อนข้างเน้นการเติมของแบคที่กลายเป็นเหมือนปีกกลายๆ เวลารุก เพื่อคอยเปิดบอลเข้ากลาง และจะบีบกองกลางเข้าด้านใน เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้แบค
– มิดฟิลด์ตัวรับอย่างลูคัสหรือชาน จะไม่ใช่แค่รับอย่างเดียว แต่ยังให้อิสระในการเติมเกมรุกด้วย ซึ่งทำให้เราเห็นลูคัสขึ้นมาเติมเกมรุกด้วย ซึ่งในยุคของร็อดเจอร์สแทบไม่มี
– อีกข้อหนึ่ง ที่เห็นชัดเจนมาก คือ เวลาบุกบริเวณตั้งแต่กรอบเขตโทษขึ้นไป เราจะเห็นนัเตะเล่นจังหวะชิ่ง 1-2 มากขึ้นกว่าเดิมมาก เหมือนคล็อปป์จะชอบการเล่นแบบนี้ตั้งแต่คุมดอทมุนด์แล้ว ซึ่งในสมัยร็อดเจอร์สไม่ค่อยมีเลย ทำให้เวลาบุกมันตื้อมันตันบุกไม่ได้ แม้จะครองบอลมากกว่า

***ตำแหน่งที่ควรเสริม***
ตัวที่ควรซื้อ ผมว่า น่าจะเป็นแบคสองข้างเลย เพราะดูแล้ว ถ้าโมเรโน่หรือไคลน์เจ็บนี่ แย่แน่ๆ ผู้รักษาประตูดีๆที่สามารถกดดันมิลโญ่เน่ได้มากกว่าบ็อกดาน ปีกซ้ายธรรมชาติอีกตัว เพราะตอนนี้มีแต่พวก no.10 เยอะมาก แทบไม่มีปีกจริงๆเลยนอกจากไอบ์ แล้วก็กองหน้าธรรมชาติเร็วๆคล่องๆอีกตัว เพราะยังไงฟีร์มิโน่ก็ไม่ใช่กองหน้าธรรมชาติครับ (เลิกหวังกับสเตอริดจ์แล้ว ผมว่ากลับมาก็ไม่เหมือนเดิมล่ะ)

อันนั้นก็ไม่มี อันนี้ก็ไม่มี ออสเตรเลียดีกว่าตั้งเยอะ

วันนี้ อยากจะพูดถึงวิธีการคิดของคนไทยในซิดนีย์กันซักหน่อยนะครับ เพื่อนๆ อาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ไม่ว่ากันครับ

ผม เคยได้คุยกับคนไทยหลายๆคนที่นี่ บอกว่า นี่นะ ซิดนีย์มีอย่างนั้นมีอย่างนี้ ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เมืองไทยไม่เห็นจะมีเลย อันนั้นก็ไม่ดีอันนี้ก็ไม่ดี ผมเลยถามว่า ที่บอกว่า ไม่มีน่ะ คืออะไรไม่มี เค้าก็พูดมาว่า นี่ไงร้านนั้นร้านนี้ เมืองไทยไม่เห็นมี ที่นี่มีของให้เลือกมากกว่าเมืองไทยตั้งเยอะ ผมคิดอยู่ในใจ ร้านหรือของที่เค้าบอกมา ผมเห็นที่กรุงเทพมีมาตั้งนานล่ะ บางทีมีก่อนที่ซิดนีย์ด้วยซ้ำไป ผมเลยถามต่อไปว่าตัวคนๆนั้นมาจากที่ไหน แล้วก็ถามว่า เคยไปกรุงเทพไหม? บอกว่า เคยไปแต่นานๆไปที ผมถึงรู้ว่า ที่แท้เค้าเอาโลกที่เค้าอยู่มาเหมารวมเป็นโลกของตัวเอง คิดว่า โลกที่ตัวเองอยู่คือที่สุดของทุกอย่างแล้ว

ผม ไม่ได้ดูุถูกคนต่างจังหวัดนะครับ เพราะผมก็เป็นคนต่างจังหวัด แต่แค่คิดว่า ทำไมต้องดูถูกเมืองไทย ดูถูกบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองว่า ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ อันนั้นก็ไม่มี อันนี้ก็ไม่มี ทั้งๆที่จริงแล้วเมืองไทย มีมากกว่าที่คุณเห็นตั้งเยอะแยะ บางทีอาจจะดีกว่าที่ออสเตรเลียด้วยซ้ำไป อย่ามาเหมารวมและคิดเองเออเอง เอาโลกของตัวเองมาเป็นโลกทั้งหมด

ไอ้ ตัวผมเองก็ไม่อยากจะมีปัญหาอะไร ไม่อยากจะขวางโลก ก็เลยตอบไปเรียบๆว่า อันนี้ผมเห็นที่เมืองไทยมาตั้งนานแล้ว มีให้เลือกเยอะกว่าที่นี่ด้วย

คนๆนั้น ก็ได้แต่ตอบผมกลับว่า อ้าวเหรอ…

ว่าด้วยเรื่อง คำถามจากคนที่อยากไปออสเตรเลีย

มีหลายคนมากที่ส่งข้อความมาหาผม เพื่ออยากให้ผมแนะนำเกี่ยวกับการไปทำงานที่ออสเตรเลียให้หน่อย ตัวอย่างเช่น

  • บางคนก็ประมาณอยากไปทำงานออสเตรเลียมาก แต่ไม่มีเงินจะทำยังไงดี ในกรณีผมไม่สามารถตอบให้ได้จริงๆ เพราะในเมื่อคุณไม่มีเงิน แล้วจะไปยังไงล่ะครับ บางทีผมเจอคำถามแบบนี้ ผมไม่รู้จะตอบยังไงเลย เพราะ มันแทบเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
  • บางคนบอกว่า อยากให้ช่วยหางานให้หน่อย อยากไปทำงานออสเตรเลียมาก เห็นคนอื่นๆเค้าไปทำกัน ผมอยากจะบอกว่า ถ้าคิดจะไปทำงานอย่างเดียว คงแทบจะเป็นไปไม่ได้ คุณต้องมีความสามารถเฉพาะด้านอะไรซักอย่าง นายจ้างเค้าถึงจะสปอนเซอร์ให้คุณได้ และอีกอย่าง ผมบอกได้เลยว่า ผมยังไม่เคยเห็น แบบที่เอาแรงงานไปทำงานที่ซาอุ ไต้หวัน หรือเกาหลี ผมบอกได้เลย ที่ออสเตรเลีย ไม่มีแน่นอน ผมเห็นหลายๆคน เจอหลอกเอาเงินไปแสนๆแลกกับการบอกว่า จะได้ไปทำงานฟาร์ม บางคนเสียๆไปเกือบๆห้าแสน ปรากฏว่า เจอลอยแพอยู่ที่สนามบิน จะติดต่อใครก็ไม่ได้
  • บางคนถามว่า อยากทำงาน แต่ไม่อยากเรียน ทำยังไงดี อันนี้ผมก็ตอบให้ไม่ได้เหมือนกัน เพราะ คนส่วนมากเค้าลงเรียนและทำงานไปด้วย ถึงจะสามารถทำได้ ในกรณีแบบนี้ผมยิ่งไม่อยากจะแนะนำให้ลงเรียนและทำงานไปด้วย เพราะ คนที่คิดแบบนี้ มีโอกาสที่จะโดดวีซ่าหรือไม่ไปเรียนมาก เพราะเค้าไม่ได้ตั้งใจจะไปเรียนกัน แล้วถ้าโดดวีซ่าหรือเจอยกเลิกวีซ่า ผลเสียที่ตามมาก็จะตกอยู่กับคนรุ่นหลังๆ เพราะจะทำให้ขอวีซ่าไปออสเตรเลียยากขึ้นไปอีก
  • บางคนถามว่า อยากทำงานดีๆ แต่ภาษาไม่ได้ ทำยังไงดี อันนี้ผมก็ตอบให้ไม่ได้เหมือนกัน เอาง่ายๆเลย แรงงานพม่าที่มาทำงานบ้านเรา ถ้าพูดภาษาไทยไม่ได้ ถามว่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะรับเข้าทำงานไหม ยกเว้นเสียแต่ว่า แรงงานพม่าคนนั้นมีความสามารถอะไรพิเศษที่หาไม่ได้ หรือคนไทยทำไม่ได้

นี่คือ ตัวอย่าง เล็กๆน้อยๆ ของคำถามที่ผมได้รับจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ติดตามเว็บไซต์ของผมครับ

หายไปนาน

ขอโทษด้วยนะครับที่เว็บ chaichakan.com ของเราหายไปนาน เนื่องจากไม่มีเวลาอัพเดตเลย แล้วจะเริ่มกลับมาอัพเดตใหม่นะครับ

ตอนนี้ผมได้จัดทำเว็บไซต์ใหม่ของผมขึ้นมา ชื่อว่า Zomony.com

Skip to toolbar